SHE Digest



  ว่าด้วยเรื่องสถิติการประสบอันตรายจากการทำงานใน Great Britain


สถิติการประสบอันตรายจากการทำงานถือเป็นตัวบ่งชี้ตัวหนึ่งถึงผลการดำเนินงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ของประเทศต่าง ๆ มาศึกษาว่าประเทศอุตสาหกรรมใหญ่อย่างเกรทบริเทนมีสถิติเป็นอย่างไรบ้าง
Great Britain ซึ่งประกอบด้วยประเทศอังกฤษ สก๊อตแลนด์ และเวลล์ ประเทศเหล่านี้มีพระราชบัญญัติสุขภาพ
และความปลอดภัย ค.ศ.1974 เป็นกฎหมายแม่ในการดำเนินงาน
สำหรับในรอบปี 2015/2016 มีข้อสรุปสถิติการประสบอันตรายจากการทำงานที่น่าสนใจดังนี้ ประชากรคนทำงาน (กฎหมายที่นี้รวมถึง Self-employed) 1.3 ล้านคน ที่ประสบปัญหา (suffer) มีความเจ็บป่วยที่เกี่ยวเนื่องจากการทำงาน (Work-related illness) (ข้อสังเกตคือที่เกรทบริเทน จะพิจารณาถึงเรื่องความเครียด (Stress) ด้วย ทำให้ตัวเลขมีมาก) คนทำงานเสียชีวิตจากการทำงาน 144 คน และบาดเจ็บจากการทำงาน 72,702 คน ตามระบบการรายงานตามกฎหมาย RIDDOR คนทำงานประสบปัญหาด้านการยศาสตร์ (กล้ามเนื้อและกระดูก) และด้านความเครียดจากการทำงาน ด้านละ 0.5 ล้านคน คนเสียชีวิตด้วยโรค mesothelioma จำนวน 2,515 คน อันเนื่องมาจากการสัมผัสแร่ใยหินในอดีตที่ผ่านมา สูญเสียวันทำงานอันเนื่องมาจากความเจ็บป่วยที่เกี่ยวเนื่องจากการทำงานและการบาดเจ็บจากการทำงานสูงถึง 30.4 วันทำงานสูญเสียทางเศรษฐกิจเป็นเงิน 14.1 พันล้านปอนด์ อันเนื่องมาจากการบาดเจ็บและเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นจากสภาพการทำงาน สำหรับข้อมูลอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
สามารถศึกษาได้ในภาพที่ 1 ที่เป็นข้อมูลสรุปที่สำคัญ ๆ เกี่ยวกับการประสบอันตรายที่เกิดขึ้น




ภาพที่ 1 ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการประสบอันตรายจากการทำงานของเกรทบริเทนในปี 2515/2516


มีที่น่าสังเกตคือการนำเสนอข้อมูลการประสบอันตรายของเกรทบริเทนจะหลายหลาย และสะท้อนสภาพปัญหาได้
ในหลายมิติ ทำให้เห็นความสำคัญของปัญหาได้ดี เช่นจำนวนวันการทำงานที่สูญเสียไป สะท้อนให้เห็นถึง
ผลิตภาพที่ลดลงหรือการสูญเสียทางเศรษฐกิจนับพันล้านปอนด์ ทำให้ผู้เกี่ยวข้องต้องให้ความสนใจที่จะแก้ไขปัญหา สำหรับในประเทศไทย หากต้องการศึกษา ค้นคว้าสถิติการประสบอันตรายนั้น แหล่งข้อมูลที่ดีที่สุด (แม้ว่าจะรู้ว่าต่ำกว่าที่เป็นอยู่จริงก็ตาม) ต้องไปศึกษาข้อมูลที่เสนอโดยสำนักงานกองทุนเงินทดแทน ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีการคิดเป็นอัตราการประสบอันตรายของลูกจ้างพันคนก็ตาม แต่สำหรับตัวแปรอื่น ๆ เช่นสถิติที่เกิดการประสบอันตรายแยกตามประเภทสถานประกอบกิจการแยกตามขนาดของจำนวนลูกจ้าง ไม่ได้มีการคิดในรูปของอัตรา ทำให้ไม่สามารถที่จะเปรียบเทียบระหว่างประเภทกิจการและขนาดของลูกจ้างได้ การนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์จึงมีข้อจำกัดมาก



  การประเมินความเสี่ยงสุขภาพ ด้วยอุปกรณ์ MicroTrac model


เรื่องนี้เป็นเรื่องที่นักสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรมและจป.ระดับวิชาชีพที่ดูแลงานสุขภาพของชุมชนที่อาศัยอยู่รอบ
โรงงาน ต้องสนใจแน่เพราะเวลาทำการประเมินความเสี่ยงสุขภาพของประชาชน (ไม่ใช่คนงานหรือลูกจ้าง) ต้องมีตัวแปรว่าประชาชนกลุ่มที่จะทำการประเมินความเสี่ยงนั้น สัมผัสกับสารมลพิษทางอากาศในแต่ละช่วงเวลาเท่าไร จึงจะนำไปคำนวณกับตัวแปรอื่น เช่นระดับความเข้มข้นของสารมลพิษทางอากาศ น้ำหนักตัว เป็นต้น ทีนี้ปัญหาคือประชาชนไม่ได้อาศัยอยู่ที่บ้านตลอดทั้งวัน เพราะคนวัยทำงานก็มีไปทำงานนอกบ้าน คนในวัยเรียนก็ใช้ชีวิตในโรงเรียน ทำให้การนับระยะเวลาที่ไปในแต่ละที่ทำได้ยาก และอาจมีความคลาดเคลื่อนได้ง่าย ทำให้การประเมินความเสี่ยงผิดพลาดได้มากทีเดียว เรื่องนี้ทาง US.EPA ได้พัฒนาอุปกรณ์เรียกว่า MicroTrac model (ดูภาพประกอบ) ที่เล็กกระทัดรัด ทำงานด้วยระบบ GPS ที่สามารถบันทึกระยะเวลาที่ใช้ไปในสถานที่ต่าง ๆ (Microenvironment) เช่นสถานที่ภายในและภายนอกบ้าน ที่ทำงาน โรงเรียน ภายในยานพาหนะ เป็นต้น ตามรายงานข่าว พบว่าการทดลองและทดสอบของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาและฮ่องกง พบว่าอุปกรณ์นี้ทำงานได้ดีทีเดียว
หากสนใจในรายละเอียด เข้าไปดูที่ www.epa.gov



ที่มา : www.epa.gov

  ความร่วมมือระหว่างสององค์กรระดับโลก (ILO/WHO) ในงานอาชีวอนามัย


ว่าไปแล้ว งานอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่มีองค์กรระดับโลกดูแล จะมีสององค์กรคือ ILO และ WHO
และทั้งสององค์กรนี้ล้วนเป็นองค์กรของสหประชาชาติ ทำให้มีการทำงานร่วมกันเรียกเป็น Joint ILO/WHO Committee on Occupational Health การประชุมครั้งแรกมีขึ้นเมื่อปี 1950 และล่าสุดในการประชุมครั้งที่ 13
เมื่อปี 2003 ก็มีมติร่วมกันที่จะให้ความสนใจดำเนินโครงการต่อไปนี้

1.  Guidance and support for national occupational safety and health programs, including: Providing basic occupational health service
> Promoting OSH management systems and tools, including control banding
> Developing national profiles and indicators
> Assessing the cost effectiveness of OSH interventions Establishing effective enforcement
agencies

2. Enhancing regional collaboration and coordination, including: > Developing and disseminating models for cooperation; for example, the Intensive Partnership in Africa

3. Coordination and enhancement of information and educational programs and materials, including: > Developing a joint internet-based global portal Statistics Awareness-raising activities and instruments, such as campaigns, events and special days

ที่น่าสนใจคือ คณะกรรมการร่วมของสององค์กรนี้ได้ตั้งเป้าหมายในอนาคตเกี่ยวกับงานอาชีวอนามัยของทั้งโลก
จะให้ความสำคัญในประเด็นต่อไปนี้ Elimination of silicosis and asbestos-related diseases
> Ergonomics
> Violence at work
> List of occupational diseases
> Occupational injuries
ที่มา : www.ilo.org

  ศึกษาเขา ประยุกต์กับงานเรา


เห็น infografic สวย ๆ เลยนำมาฝากท่านผู้อ่าน เป็นการสรุปให้เห็นภาพการวางแผนแม่บทรวมของ EU-OSHA
ว่าเขาจะมียุทธศาสตร์ กลยุทธ์ และเทคนิคอะไรบ้างที่จะนำมาใช้เพื่อการดูแลสุขภาพและความปลอดภัย
ตลอดจนสภาพแวดล้อมในการทำงานของคนยุโรป พิจารณาจากภาพก็พอได้แนวคิดแล้ว โอกาสหน้าจะมาเสนอ
ในรายละเอียดต่อไป
สำหรับประเทศไทย วาระแห่งชาติว่าด้วยแรงงานปลอดภัย มีอนามัยที่ดี ฉบับที่ 2 และ แผนแม่บทความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ฉบับที่ 2 กำลังรอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี หากผ่านแล้ว
จะนำมาเสนอควบคู่กับของยุโรปต่อไป



AD