SHE Digest



  วัฒนธรรมความปลอดภัย :
  แนวทางหนึ่งของการสร้างความปลอดภัย
  ในการทำงาน


ถึงแม้หลักการที่มีความสำคัญมากและต้องคิดทำก่อนใดในเรื่องความปลอดภัยในการทำงาน คือการใช้มาตรการออกแบบให้อุปกรณ์ เครื่องมือ กระบวนการและเทคโนโลยีการผลิต ตลอดจนแผนผังโรงงาน และwork station ฯลฯ ให้มีความปลอดภัยตั้งแต่ต้นก็ตาม แต่เอาเข้าจริงสิ่งที่ต้องทำควบคู่ไปด้วยคือการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย
BBS หรือ Behavioral Base Safety เป็นตัวอย่างหนึ่งของเครื่องมือที่นำมาใช้ในเรื่องนี้ รูปแบบและสไตล์จะเหมาะกับบริบทคนไทยหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์ต่อไป แต่เคยอ่านพบว่าผู้นำสหภาพแรงงานคนหนึ่งของสหรัฐอเมริกากล่าวว่า (ทำนองนี้) การมุ่งทำ BBS คือการโทษว่าคนงานคือตัวสาเหตุหลัก การมุ่งทำเรื่องนี้ทำให้ (ตั้งใจ) ลืมการนำ Engineering methods มาจัดการกับปัญหา
American Chemical Safety Committee on Chemical Safety (CCS) ได้ตั้งทีมงานคือ Safety Culture Task Force ขึ้นมายกร่างข้อกำหนดสำคัญของวัฒนธรรมความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการเคมี ว่าต้องมีอะไรบ้าง
พบว่ามี "7 เรื่องที่ต้องมี" หากต้องการให้เกิดวัฒนธรรมความปลอดภัยขึ้นในองค์กร ได้แก่
1. ภาวะผู้นำและการจัดการ (Leadership and management) ต้องมีการกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ(Responsibilities) และความรับผิดชอบในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย (Accountability) ในเรื่องความปลอดภัยให้ชัดเจน ที่สำคัญคือต้องกำหนดในทุกระดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดไปจนถึงระดับปฏิบัติ

2. การสอนเรื่องความปลอดภัย (Teaching laboratory and chemical safety) ให้กับผู้ทำงานและทำแบบต่อเนื่องตลอดทั้งปี ทีมงานที่ยกร่างข้อกำหนดนี้ ระบุว่าในกรณีของวัฒนธรรมความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการเคมีควรสอนใน 80 หัวข้อเป็นอย่างน้อย

3. การมีทัศนคติ ความตระหนัก และจริยธรรมที่ดีในเรื่องความปลอดภัย (Strong safety attitudes, awareness, and ethics) ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาโดยต้องมีการดำเนินงานด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องจึงจะได้ผล

4. การเรียนรู้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น (Learning from laboratory incidents) ซึ่งต้องมีระบบการสอบสวนอุบัติเหตุ และการรายงานที่เป็นระบบ

5. การสร้างความร่วมมือและความสัมพันธ์ระหว่างผู้เกี่ยวข้องทุกระดับในองค์กร (Establishing collaborative relationships) ซึ่งรวมถึงหน่วยงานภายนอกด้วยอาทิ หน่วยช่วยเหลือฉุกเฉินจากภายนอก

6. การส่งเสริมและการสื่อสารเรื่องความปลอดภัยในการทำงาน (Promoting and communicating safety) ซึ่งต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเรื่องความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญขององค์กร

7. การจัดสรรงบประมาณ (Strong safety programs require funding) ถือว่าการดำเนินงานด้านความปลอดภัยเป็นเรื่องที่ต้องลงทุน การจัดสรรงบประมาณจึงเป็นสิ่งจำเป็น
ที่มา : Creating Safety Cultures in Academic Institutions.Robert H. Hill, Jr., Chair of the ACS Joint Board/Council Committee on Chemical Safety





  การชี้บ่งที่อับอากาศ :
  การเรียนรู้จากสหราชอาณาจักร


การเสียชีวิตของนักศึกษาและพนักงานที่เข้ามาช่วยเหลือ เนื่องจากการประสบอันตรายจากที่อับอากาศนั้น เป็นสิ่งที่สะท้อนว่ามีระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่ผิดพลาดขึ้น กฎหมายของกระทรวงแรงงานไทย กำหนดว่าที่อับอากาศ หมายถึงที่ที่ทางเข้าออกลำบาก และมีการระบายอากาศไม่เพียงพอ จนอาจทำให้เกิดบรรยากาศอันตราย ซึ่งกฎหมายกำหนดไว้ 4 ลักษณะอันตราย ดังนี้
1) มีบรรยากาศการเกิดอัคคีภัยจากก๊าซและไอระเหย (ความเข้มข้น > 10% ของค่า LEL) หรือ
2) มีบรรยากาศการเกิดอัคคีภัยหรือระเบิดจากฝุ่น (ความเข้มข้น = ค่า LEL) หรือ
3) มีปริมาณออกซิเจน < 19.5% หรือ
4) มีสารเคมีจากการทำงานเกินค่า OEL
ในที่นี้จะนำกฎหมายของสหราชอาณาจักร Confined Spaces Regulation 1977 มานำเสนอว่าที่อับอากาศของเขาจะมีลักษณะอย่งไร ศึกษาให้ดีจะพบว่ามีความเป็นตรรกะและการมุมมองที่กว้างกว่ากฎหมายไทย
สหราชอาณาจักร กำหนดว่า ที่อับอากาศ ต้องมี 2 สิ่งต่อไปนี้เกิดควบคู่กัน หากขาดอย่างใดอย่างหนึ่งจะไม่ถือว่าเป็นที่อับอากาศ นั่นคือที่ใดจะถือว่าเป็นที่อับอากาศ ต้องมี 2 สิ่งต่อไปนี้
1) ต้องเป็นที่ที่ซึ่งมีสภาพค่อนข้างปิด (แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นการปิดทั้งหมด (substantially (though not always) entirely enclosed)
2) และต้องปรากฎ (หรือมี) หรือคาดการณ์ได้ว่าจะมีความเสี่ยงที่กำหนด (Specified risk) อย่างหนึ่งอย่างใด
หากครบทั้งสององค์ประกอบ จึงต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่อับอากาศ ในเอกสาร Safe work in confined spaces : Confined spaces regulation 1997 - Approved code of practice and guidance ได้ขยายความที่สำคัญเกี่ยวกับสภาพค่อนข้างปิดไว้น่าสนใจ กล่าวคือที่อับอากาศ ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นหรือมีสภาพเช่นนี้
1. ไม่จำเป็นว่าต้องปิดทั้งหมด เพราะอาจมีส่วนเปิดด้านบน หรือด้านข้างก็ได้ เช่น (ตัวอย่าง) vats, silos and ships’ holds เป็นต้น
2. ไม่จำเป็นว่าต้องมีขนาดทางเข้าออกเล็ก หรือลำบากในการเข้าไปทำงานทำงาน เช่นกรณี grain silos and ships’ holds ซึ่งมีขนาดใหญ่
3. ไม่จำเป็นว่าต้องลำบากในการเข้าออกแต่อย่างใด เช่น บางลักษณะงานอาจมีทางเข้าออกหลายทางด้วยซ้ำ รวมทั้งอาจมีทางหนีที่เห็นชัด และสะดวก
4. ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นที่ที่ไม่ใช่ที่ทำงานปกติในแต่ละวันเท่านั้น (regularly work) ยกตัวอย่างเช่นงานพ่นสีในศูนย์ซ่อมรถยนต์ ซึ่งก็เป็นที่ทำงานตามปกติทุกวัน
จากการขยายความและยกตัวอย่างข้างต้น จึงเห็นได้ชัดว่าหากจป.วิชาชีพจะนำมาประยุกต์ ก็จะทำให้สามารถชี้บ่งอันตรายและวางแผนการจัดการความเสี่ยงได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ เรื่องความเสี่ยงที่กำหนด หรือ Specified risk นั้น (ในเชิงเปรียบเทียบ ก็คงจะเหมือนกับคำ "บรรยากาศอันตราย" นั่นเอง) ในกฎหมายของสหราชอาณาจักรกำหนดว่ามี 5 รายการ ได้แก่
■ จะมีการบาดเจ็บรุนแรงจากเหตุการณ์ไฟไหม้หรือระเบิดหรือไม่ (Serious injury due to fire or explosion)
■ จะมีการสูญเสียความรู้สึก หรือหมดสติจากการที่อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นหรือไม่ (Loss of consciousness arising from increased body temperature)
■ จะมีการสูญเสียความรู้สึก หรือหมดสติจากการหายใจที่ร่างกายหายใจเอาก๊าซ ไอระเหย ฟูม เข้าสู่ร่างกายจนขาดออกซิเจน หรือเนื่องจากขาดออกซิเจนหรือไม่ (Loss of consciousness or asphyxiation arising from gas, fume, vapour, or lack of oxygen)
■ จะมีการจมลงในของเหลวที่มีระดับสูงขึ้นหรือไม่ (Drowning from an increase in the level of a liquid)
■ และจะมีการสำลัก หรือสลบจากบรรยากาศที่มีอนุภาคของแข็งเพิ่ม
มากขึ้นตลอดเวลาจนทำให้สิ่งแวดล้อม (อากาศ) ไม่สามารถหายใจได้ เป็นต้น หรือไม่ (Asphyxiation arising from a free-flowing solid or being unable to reach a respirable environment due to being trapped by such a free-flowing solid)
บทสรุป: การชี้บ่งอันตรายว่าที่ใดเป็นที่อับอากาศ อย่าจำกัดว่าต้องเป็นทางเข้าออกลำบาก และไม่ใช่ที่ทำงานตามปกติเท่านั้น ขอให้พิจารณาว่ามีโอกาสเกิด "บรรยากาศอันตราย" (ตามกฎหมายไทย) รายการใดขึ้นหรือไม่ หรือเกิด "Specified risk" (ตามกฎหมายสหราชอาณาจักร) รายการใดขึ้นหรือไม่ ถ้ามี ก็บันทึก แล้วดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัยที่กฎหมายกำหนด





  NIOSH Ladder Safety App.


การตกจากที่สูง เช่นการตกจากบันไดขณะทำงาน เป็นปัญหาสำคัญของการการประสบอันตรายทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทย ที่ผ่านมาพบว่าการใช้บันไดของคนทำงานจะทำโดยประสบการณ์หรือสามัญสำนึก โดยกะว่าพาดบันไดแบบนี้แล้ว “น่า”จะปลอดภัย จากนั้นก็ขึ้นใช้งานเลย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือพบว่ามันไม่ปลอดภัยอย่างที่คิดเอาเอง

NIOSH Ladder Safety App. เป็นเครื่องมือที่น่าสนใจมาก ทาง NIOSH ได้พัฒนาให้เป็น App. ที่ง่ายต่อการใช้งาน เวลาใช้งานจะมีทั้งภาพให้เห็นว่าวางบันไดได้ดีแล้วยัง ชันไปไหม ได้องศาหรือไม่ มีเสียงบอก และสั่นสะเทือนให้รู้ด้วย จึงน่าจะทำให้โอกาสใช้งานพลาดมีน้อยหรือไม่มี

App. นี้ ประกอบด้วยเครื่องมือวัดให้ใน 5 เรื่อง ได้แก่

Angle Measuring Tool: เป็นการวัดว่ามุมหรือองศาของบัดไดที่วางพาดนั้น ได้องศาที่ดี ปลอดภัยแล้วหรือไม่ หากปลอดภัยก็จะปรากฏข้อความว่า Grate หากเป็นข้อความ Too shallow แสดงว่าไม่ปลอดภัย เป็นต้น

Selection Tool: เป็นการพิจารณาว่าบันไดแบบใดจึงจะเหมาะกับการนำไปใช้งาน เช่นน้ำหนักตัวของผู้ใช้บันได ลักษณะงานใกล้แหล่งไฟฟ้าหรือไม่ เป็นต้น

Inspection Tool: มีแบบสำรวจ (Checklist) ให้ใช้ในการตรวจสอบสภาพความสมบูรณ์ของบันได

Proper Use Tool: กฎการใช้บันไดที่ปลอดภัย

Accessories Tool: การใช้บันไดในลักษณะต่าง ๆ ที่ต้องใช้อุปกรณ์ประกอบ
ขอแนะนำให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ระดับวิชาชีพ นำ App. นี้ไปใช้งาน ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แมคู่มือการใช้งานที่รองรับทั้ง iOS และ Android สนใจก็เข้าไปที่ www.cdc.gov/niosh/topics/falls




  ว่าด้วยเรื่องสถิติการประสบอันตราย
  จากการทำงานใน Great Britain


สถิติการประสบอันตรายจากการทำงานถือเป็นตัวบ่งชี้ตัวหนึ่งถึงผลการดำเนินงาน ด้านอาชีวอนามัย และความปลอดภัยของประเทศต่าง ๆ มาศึกษาว่าประเทศอุตสาหกรรม ใหญ่อย่างเกรทบริเทนมีสถิติเป็นอย่างไรบ้าง Great Britain ซึ่งประกอบด้วยประเทศอังกฤษ สก๊อตแลนด์ และเวลล์ ประเทศเหล่านี้มีพระราชบัญญัติสุขภาพและความปลอดภัย ค.ศ.1974 เป็นกฎหมายแม่ในการดำเนินงาน สำหรับในรอบปี 2015/2016 มีข้อสรุปสถิติการประสบอันตรายจากการทำงาน ที่น่าสนใจดังนี้ประชากรคนทำงาน (กฎหมายที่นี้รวมถึง Self-employed) 1.3 ล้านคน ที่ประสบปัญหา (suffer) มีความเจ็บป่วยที่เกี่ยวเนื่องจากการทำงาน (Work-related illness) (ข้อสังเกตคือที่เกรทบริเทน จะพิจารณาถึงเรื่องความเครียด (Stress) ด้วย ทำให้ตัวเลขมีมาก) คนทำงานเสียชีวิตจากการทำงาน 144 คน และบาดเจ็บจากการทำงาน 72,702 คน ตามระบบการรายงาน ตามกฎหมาย RIDDOR คนทำงานประสบปัญหาด้านการยศาสตร์ (กล้ามเนื้อและกระดูก) และด้านความเครียดจากการทำงาน ด้านละ 0.5 ล้านคน คนเสียชีวิตด้วยโรค mesothelioma จำนวน 2,515 คน อันเนื่องมาจากการสัมผัสแร่ใยหินในอดีตที่ผ่านมา สูญเสียวันทำงานอันเนื่องมาจากความเจ็บป่วยที่เกี่ยวเนื่องจากการทำงาน และการบาดเจ็บจากการทำงานสูงถึง 30.4 วันทำงานสูญเสียทางเศรษฐกิจ เป็นเงิน 14.1 พันล้านปอนด์ อันเนื่องมาจากการบาดเจ็บและเจ็บป่วยที่เกิดขึ้น จากสภาพการทำงานสำหรับข้อมูลอื่น ๆ ที่น่าสนใจสามารถศึกษาได้ในภาพที่ 1 ที่เป็นข้อมูลสรุปที่สำคัญ ๆ เกี่ยวกับการประสบอันตรายที่เกิดขึ้น


ภาพที่ 1 ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการประสบอันตรายจากการทำงานของเกรทบริเทนในปี 2515/2516


มีที่น่าสังเกตคือการนำเสนอข้อมูลการประสบอันตรายของเกรทบริเทนจะหลายหลาย และสะท้อนสภาพปัญหาได้
ในหลายมิติ ทำให้เห็นความสำคัญของปัญหาได้ดี เช่นจำนวนวันการทำงานที่สูญเสียไป สะท้อนให้เห็นถึง
ผลิตภาพที่ลดลงหรือการสูญเสียทางเศรษฐกิจนับพันล้านปอนด์ ทำให้ผู้เกี่ยวข้องต้องให้ความสนใจที่จะแก้ไขปัญหา สำหรับในประเทศไทย หากต้องการศึกษา ค้นคว้าสถิติการประสบอันตรายนั้น แหล่งข้อมูลที่ดีที่สุด (แม้ว่าจะรู้ว่าต่ำกว่าที่เป็นอยู่จริงก็ตาม) ต้องไปศึกษาข้อมูลที่เสนอโดยสำนักงานกองทุนเงินทดแทน ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีการคิดเป็นอัตราการประสบอันตรายของลูกจ้างพันคนก็ตาม แต่สำหรับตัวแปรอื่น ๆ เช่นสถิติที่เกิดการประสบอันตรายแยกตามประเภทสถานประกอบกิจการแยกตามขนาดของจำนวนลูกจ้าง ไม่ได้มีการคิดในรูปของอัตรา ทำให้ไม่สามารถที่จะเปรียบเทียบระหว่างประเภทกิจการและขนาดของลูกจ้างได้ การนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์จึงมีข้อจำกัดมาก



  การประเมินความเสี่ยงสุขภาพ
  ด้วยอุปกรณ์ MicroTrac model


เรื่องนี้เป็นเรื่องที่นักสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรมและจป.ระดับวิชาชีพที่ดูแลงานสุขภาพของชุมชนที่อาศัย อยู่รอบโรงงานต้องสนใจแน่เพราะเวลาทำการประเมินความเสี่ยงสุขภาพของประชาชน (ไม่ใช่คนงานหรือลูกจ้าง) ต้องมีตัวแปรว่าประชาชนกลุ่มที่จะทำการประเมินความเสี่ยงนั้น สัมผัสกับสารมลพิษทางอากาศในแต่ละช่วงเวลาเท่าไร จึงจะนำไปคำนวณกับตัวแปรอื่น เช่น ระดับความเข้มข้นของสารมลพิษทางอากาศ น้ำหนักตัว เป็นต้น ทีนี้ปัญหาคือประชาชนไม่ได้อาศัยอยู่ ที่บ้านตลอดทั้งวัน เพราะคนวัยทำงานก็มีไปทำงานนอกบ้านคนในวัยเรียนก็ใช้ชีวิตในโรงเรียน ทำให้การนับระยะเวลาที่ไปในแต่ละที่ทำได้ยาก และอาจมีความคลาดเคลื่อนได้ง่าย ทำให้การประเมินความเสี่ยงผิดพลาดได้มากทีเดียว เรื่องนี้ทาง US.EPA ได้พัฒนาอุปกรณ์เรียกว่า MicroTrac model (ดูภาพประกอบ) ที่เล็กกระทัดรัด ทำงานด้วยระบบ GPS ที่สามารถบันทึกระยะเวลาที่ใช้ไปในสถานที่ต่าง ๆ (Microenvironment) เช่นสถานที่ภายในและภายนอกบ้าน ที่ทำงาน โรงเรียน ภายในยานพาหนะ เป็นต้น ตามรายงานข่าว พบว่าการทดลองและทดสอบของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาและฮ่องกง พบว่าอุปกรณ์นี้ทำงานได้ดีทีเดียว หากสนใจในรายละเอียด เข้าไปดูที่ www.epa.gov





ที่มา : www.epa.gov

  ความร่วมมือระหว่างสององค์กรระดับโลก
  (ILO/WHO) ในงานอาชีวอนามัย


ว่าไปแล้ว งานอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่มีองค์กรระดับโลกดูแล จะมีสององค์กรคือ ILO และ WHO และทั้งสององค์กรนี้ล้วนเป็นองค์กรของสหประชาชาติ ทำให้มีการทำงานร่วมกันเรียกเป็น Joint ILO/WHO Committee on Occupational Health การประชุมครั้งแรกมีขึ้นเมื่อปี 1950 และล่าสุดในการประชุมครั้งที่ 13 เมื่อปี 2003 ก็มีมติร่วมกันที่จะให้ความสนใจดำเนินโครงการต่อไปนี้

1. Guidance and support for national occupational safety and health programs, including: Providing basic occupational health service
Promoting OSH management systems and tools, including control banding
Developing national profiles and indicators
Assessing the cost effectiveness of OSH interventions Establishing effective enforcement agencies
2. Enhancing regional collaboration and coordination, including: Developing and disseminating models for cooperation; for example, the Intensive Partnership in Africa
3. Coordination and enhancement of information and educational programs and materials, including: Developing a joint internet-based global portal Statistics Awareness-raising activities and instruments, such as campaigns, events and special days
ที่น่าสนใจคือ คณะกรรมการร่วมของสององค์กรนี้ได้ตั้งเป้าหมายในอนาคตเกี่ยวกับ งานอาชีวอนามัยของทั้งโลก จะให้ความสำคัญในประเด็นต่อไปนี้
Elimination of silicosis and asbestos-related diseases
> Ergonomics
> Violence at work
> List of occupational diseases
> Occupational injuries
ที่มา : www.ilo.org

  ศึกษาเขา ประยุกต์กับงานเรา


เห็น infografic สวย ๆ เลยนำมาฝากท่านผู้อ่าน เป็นการสรุปให้เห็นภาพการวางแผนแม่บทรวมของ EU-OSHA ว่าเขาจะมียุทธศาสตร์ กลยุทธ์ และเทคนิคอะไรบ้างที่จะนำมาใช้เพื่อการดูแลสุขภาพ และความปลอดภัยตลอดจนสภาพแวดล้อมในการทำงานของคนยุโรป พิจารณาจากภาพก็พอได้ แนวคิดแล้ว โอกาสหน้าจะมาเสนอในรายละเอียดต่อไป สำหรับประเทศไทย วาระแห่งชาติว่าด้วยแรงงานปลอดภัย มีอนามัยที่ดี ฉบับที่ 2 และแผนแม่บท ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ฉบับที่ 2 กำลังรอความเห็นชอบ จากคณะรัฐมนตรี หากผ่านแล้วจะนำมาเสนอควบคู่กับของยุโรปต่อไป





พัฒนาตนเอง


คอลัมน์พัฒนาตนเองเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต
คอลัมน์การพัฒนาตนเองจึงนำบทความจากวารสารความปลอดภัยและสุขภาพที่เคยตีพิมพ์มาแล้วนำมาเสนอในลักษณะเป็นชุดความรู้เพื่ออำนวยความสะดวกผู้อ่านและในบางโอกาสจะนำผลงานที่เป็น Original article มานำเสนอด้วย

read more

ทันโลก


คอลัมน์ทันโลก เป็นคอลัมน์ที่ นำข่าวสาร และข่าวการประชุม สัมมนาอบรม ตลอดจนข่าวความ เคลื่อนไหวในแวดวงงานอาชีวอนามัยและความปลอดภัย งานสิ่งแวดล้อม งานสาธารณสุข และงานแพทย์แผนไทยมานำเสนอ เพื่อให้ผู้อ่านวารสารความปลอดภัยและสุขภาพ เป็นคนที่ทันสมัยอยู่เสมอ...

read more


การยศาสตร์หรือ Ergonomic เป็นศาสตร์
ที่ว่าด้วย comfort และ safety อันนำไปสู่การเพิ่ม productivity จึงเป็นศาสตร์ที่จป.วืชาชีพต้องรู้และเข้าใจ จะเป็นประโยชน์ต่อการทำงาน
คอลัมน์นี้จะนำเสนอทฤษฎี การนำทฤษฎีไปใช้งาน และกรณีศึกษาที่ได้นำความรู้ด้านการยศาสตร์มาใช้ในงานอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

read more



วิศวกรรมศาสตร์
เป็นศาสตร์เพื่อการ
ออกแบบพัฒนาโครงสร้าง เครื่องจักร เครื่องมือ กระบวนการผลิตหรือการประยุกต์ศาสตร์ต่างๆ เข้าด้วยกัน งานด้านวิศวกรรม
มีความซับซ้อนและหลากหลายเป็นอย่างมาก ดังนั้น จึงเป็นศาสตร์ที่เข้าถึงและทำความเข้าใจได้ค่อนข้างยาก โดยเฉพาะกับผู้ที่
ไม่ได้ศึกษาด้านนี้มาก่อน
คอลัมน์นี้ จึงนำเสนอการแบกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ โดยผ่านมุมมองและแนวคิดที่หลากหลายจากวิศวกร
นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐและภาคเอกชนโดยบูรณาการหลักวิศวกรรมกับการจัดการอย่าง
ปลอดภัยในการทำงาน
เพื่อเพิ่มศักยภาพ
และพัฒนางานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานให้มีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น


read more


บทบาทหน้าที่ของจป.ระดับวิชาชีพประจำโรงงาน
/สถานประกอบกิจการ นอกจากปฏิบัติหน้าที่ในฐานะจป.แล้ว โรงงาน
/สถานประกอบกิจการหลายๆ แห่ง นิยมควบรวมงานด้านความปลอดภัย และอาชีวอนามัย
และงานด้านสิ่งแวดล้อมไว้ด้วยกัน หนึ่งในงานด้านสิ่งแวดล้อมเกี่ยวข้องกับน้ำ
ดังนั้นจป.นอกจากมีความรู้ในงานด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแล้ว การมีความรู้เรื่องสิ่งแวดล้อม
เกี่ยวกับน้ำจึงเป็นสิ่ง
ที่จำเป็น
Water...for JorPor เป็นประเด็นสาระ เกร็ดเล็ก
เกร็ดน้อยเกี่ยวน้ำ
ในโรงงาน/สถานประกอบกิจการ ทั้งน้ำดี และน้ำเสีย

read more


ชีวิตคนทำงานไม่ใช่
เพียงแคให้สุขภาพดี และปลอดภัยในการทำงานเท่านั้น แต่คุณภาพชีวิตการทำงานต้องคำนึงถึงด้วย
แนวเรื่องจะครอบคลุมทั้งเรื่อง ความพึงพอใจในงาน ค่าตอบแทนและสวัสดิการ สุขภาพอนามัย ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม
ในการทำงาน แรงจูงใจในการทำงาน สมดุลชีวิตการทำงาน ความมั่นคงและความก้าวหน้า การพัฒนาตนเอง สัมพันธภาพในที่ทำงานและสังคม ฯลฯ
จป.ระดับวิชาชีพ อย่าพลาดการติดตามเพื่อความรอบด้านในการทำงาน

read more